ผลิตภัณฑ์จากการเกษตรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและพลังงานทดแทนจากมันสำปะหลัง คุณภาพระดับสากล

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2488 กลุ่มบริษัทของเราได้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารให้ความหวาน (Starch Sugar) และเอทานอลสำหรับเชื้อเพลิง (Fuel Ethanol) ระดับพรีเมียม

1945

เริ่มกิจการตั้งแต่

Worldwide

ให้บริการลูกค้าทั่วโลก

Certified

การรับรองมาตรฐานระดับสากล

เกี่ยวกับ P.S.C. Group

กลุ่มบริษัท พี.เอส.ซี. (P.S.C. Group) เป็นกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2488 ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท พี.เอส.ซี. ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีมาตราฐานการดำเนินงานในระดับสากล
กลุ่มบริษัท พี.เอส.ซี. ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่:

อุตสาหกรรมสารให้ความหวาน

อุตสาหกรรมเอทานอล

อุตสาหกรรมเหล็ก

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ปรัชญาของเรา: P.S.C.

พัฒนามาตรฐานควบคู่คุณภาพ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา

ใบรับรองมาตรฐาน

เราภาคภูมิใจที่เป็นบริษัทของคนไทยที่ดำเนินงานด้วยมาตรฐานระดับสากลเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพสูงสุดของสินค้าและบริการ กระบวนการผลิตของเราจึงได้รับการรับรองจากมาตรฐานระดับโลก

ผลิตภัณฑ์

ธุรกิจหลักของบริษัท คือการผลิตและจําหน่ายแป้งมันสำปะหลัง สารให้ความหวานจากแป้ง และเอทานอลชนิดเชิ้อเพลิงและอุตสาหกรรม จากหัวมันสําปะหลังสด มันสำปะหลังเส้น และแป้งมันสําปะหลัง
บริษัทสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทออกได้ดังต่อไปนี้:

แป้งมันสำปะหลัง

หัวมันสําปะหลังสดมีแป้งเป็นส่วนประกอบเฉลี่ยประมาณร้อยละ 22-28 แป้งมันสําปะหลังที่สกัดจากหัวมันสําปะหลังสด ด้วยขบวนการแยกกากโปรตีน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เรียกว่าแป้งมันสําปะหลังดิบ (Native Tapioca Starch) ซึ่งหากผลิตจากหัวมันสําปะหลังสดทุกวัน จะทําให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ มีคุณภาพสูงและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน

น้ำตาลกลูโคส

ใน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯในส่วนของน้ำตาลกลูโคสได้แก่ กลูโคสเหลว (Liquid Glucose) เป็นสารละลายแซคคาไรด์ (Sacharide) ที่ได้จากการย่อยแป้ง ซึ่งได้ผ่านกรรมวิธีการทําให้บริสุทธิ์ และทําให้เข้มข้นแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีลักษณะเป็นของเหลวใส เหนียว ไม่มีกลิ่น มีรสหวานไม่มาก โดยส่วนใหญ่จะบรรจุใส่ถังขนาด 200 ลิตร หรือบรรจุลงถังสแตนเลสบนรถขนส่ง โดยมีค่าความหวาน (หน่วยที่ใช้วัดค่าความหวานได้แก่ Dextrose Equivalence (D.E.) )ที่แตกต่างกัน ปัจจุบันกลูโคสเหลวที่บริษัทฯ จําหน่าย ส่วนใหญ่จะมีค่าความหวานอยู่ ที่ D.E. 26 และ D.E. 40

น้ำตาลเด็กซ์โตส

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ในส่วนของน้ำตาลเด็กซ์โตส ได้แก่ สารละลายเด็กซ์โตส (Dextrose Solution) เป็นสารละลายแซคคาไรด์ (Sacharide) ที่ได้จากการย่อยแป้ง ซึ่งได้ผ่านกรรมวิธีการทําให้ บริสุทธิ์และทําให้เข้มข้นแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีกลิ่น มีรสหวานมาก โดยส่วนใหญ่จะใช้เป็นสารตั้งต้น เพื่อนําไปผลิต เด็กซ์โตรสโมโนไฮเดรท (Dextrose Monohydrate) เด็กซ์โตรสแอนไฮดรัส (Dextrose Anhydrous) ไฮ – ฟรุกโตรส (Hi-Fruitose) และ ดี – ซอร์บิทอล (D-Sorbitol 70% Solution) โดยมีค่าความหวานอยู่ที่ D.E. 98

น้ำเชื่อมไฮฟรุกโตส 42%

น้ำเชื่อมไฮฟรุกโตส 55%

Anhydrous Ethanol (99.5%)

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ สำหรับ Anhydrous Ethanol (99.5%) เป็นแอลกอฮอล์ ชนิดเชื้อเพลิง (Ethanol for fuel) ที่ได้จากกระบวนการย่อยแป้ง, หมักเป็นน้ำตาล และ กลั่นเป็นแอลกอฮอล์ ซึ่งได้ผ่านกรรมวิธีการทําให้บริสุทธิ์ที่ 99.5% ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีลักษณะ เป็นของเหลวใส ไม่สามารถบริโภคและเป็นวัตถุติดไฟ

Hydrous Ethanol (95%)

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ สำหรับ Hydrous Ethanol (95%) เป็นแอลกอฮอล์ ชนิดเกรดอุตสาหกรรม (Ethanol for industrial used) ที่ได้จากกระบวนการย่อยแป้ง, หมักเป็นน้ำตาล และ กลั่นเป็นแอลกอฮอล์ ซึ่งได้ผ่านกรรมวิธีการทําให้บริสุทธิ์ที่ 95% ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีลักษณะ เป็นของเหลวใส ไม่สามารถบริโภคและเป็นวัตถุติดไฟ

สาหร่ายสไปรูลิน่า

ผลิตภัณฑ์สาหร่ายสไปรูลิน่าของบริษัทเป็นเกรดสำหรับเสริมอาหาร (Supplemental grade) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

การจัดส่งและโลจิสติกส์

รูปแบบการจัดส่งที่หลากหลายและทำเลที่ตั้งใกล้ท่าเรือและสนามบิน

วิธีการจัดส่งผลิตภัณฑ์สารให้ความหวาน (Starch Sugar Shipping Methods)

รถบรรทุกแท็งก์สแตนเลส

สำหรับการขนส่งผลิตภัณฑ์สารให้ความหวาน แบบเหลวในปริมาณ
ความจุ: 15,000-30,000 กิโลกรัมต่อ 1 คัน

กล่อง SpaceKraft และถัง IBC

ตัวเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับปริมาณมากและปานกลาง
ความจุ: สูงสุด 1,400 กิโลกรัมต่อพาเลท

ถังเหล็กและถังพลาสติก 200 ลิตร

ตัวเลือกการจัดส่งสำหรับถังโพลีเอทิลีนฟู้ดเกรดและถังเหล็กเคลือบอีพ็อกซี่
ความจุ: สูงสุด 300 กิโลกรัมต่อถัง

ถุงอุตสาหกรรม

ตัวเลือกการจัดส่งในถุงกระสอบ PP / PE Woven Bags (Polypropylene (PP)/Polyethylene (PE)) หรือ ถุงกระดาษคราฟท์ (Kraft paper bags)
ความจุ: 25 กิโลกรัมต่อถุง

วิธีการจัดส่งเอทานอล (Ethanol Shipping Methods)

รถบรรทุกน้ำมัน

ISO Tank

วิธีการจัดส่งสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina Shipping Methods)

กล่องลูกฟูก

บรรจุภัณฑ์สาหร่ายสไปรูลิน่าในถุงแบบสองชั้น พลาสติก PE และอลูมิเนียมฟอยล์ บรรจุลงในกล่องลูกฟูก
ความจุ: 10 กิโลกรัมต่อกล่อง (แต่ละกล่องสามารถแบ่งบรรจุเป็นขนาด 1 กิโลกรัม/ถุง จำนวน 10 ถุง หรือขนาด 5 กิโลกรัม/ถุง จำนวน 2 ถุง)

ถังกระดาษพร้อมถุงพลาสติก PE รองด้านใน

ตัวเลือกการจัดส่งสาหร่ายสไปรูลิน่า พร้อมถุงพลาสติก PE ฟู้ดเกรดด้านใน จัดวางบนพาเลทมาตรฐาน
Capacity: 25 กิโลกรัมต่อถัง

ข้อได้เปรียบด้านสถานที่ตั้ง

ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือและสนามบินหลัก เพื่อการจัดส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ท่าเรือแหลมฉบัง

64 กม.

สนามบินสุวรรณภูมิ

110 กม.

สนามบินดอนเมือง

153 กม.

ข้อมูลองค์กร

บริษัท พี.เอส.ซี. สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทหนึ่งในกลุ่ม พี.เอส.ซี.กรุ๊ป

มี บริษัท ประเสริฐชัย จำกัด ชี่อภาษาอังกฤษ SENG HENG CO.,LTD. ก่อตั้งโดยนายพรชัย เสรีธรณกุล เมื่อ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตั้งอยู่ที่ เอกมัย กรุงเทพฯ โดยผลิตน้ำตาลทรายเป็นหลัก ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 อุตสาหกรรมในประเทศได้ขยายตัวขึ้น โดยเฉพาะธรุกิจอาหาร การแปรรูปสินค้าเกษตร ดังนั้นบริษัทจึงย้ายโรงงานมาที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และเปลี่ยนสายการผลิต มาเป็นสารให้ความหวานจากแป้งมันสำปะหลัง คือ น้ำตาลกลูโคส (LIQUID GLUCOSE), น้ำตาลเด็กซโตรส (DEXTROSE MONOHYDRATE) เป็นผู้ผลิตแห่งแรกในเมืองไทยและได้ขยายธุรกิจออกไปคือ

  • บริษัท พี.เอส.ซี.สตีลดรัมส์ จำกัด ก่อตั้งปี 2528 ได้ผลิตถังเหล็กขนาด 48 – 200 ลิตร บริษัท พี.เอส.ซี.รีคอนดรัมส์ จำกัด ก่อตั้งปี 2536 ได้ผลิตถังเหล็กที่ใช้แล้วมาปรับสภาพใหม่ ตั้งอยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมบางปู
  • ด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย และไม่สามารถขยายการผลิตตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ในปี 2545 กลุ่ม PSC จึงมีโครงการย้ายและขยายโรงงานไปที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เริ่มต้นบนพื้นที่ 1,200 ไร่ จนถึงปัจจุบันปี 2553 ขยายเป็น 2,200 ไร่ เพื่อผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สารให้ความหวานจากหัวมันสำปะหลัง โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยใช้พลังงานจากแก๊สชีวภาพ BIOGAS

ภาพรวมของบริษัท

บริษัท พี.เอส.ซี.สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักในอุตสาหกรรมการผลิต และจำหน่ายสารให้ความหวาน (อาหาร) และพลังงานทดแทนจากหัวมันสำปะหลัง เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารและ เครื่องดื่มภายในประเทศและต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์คือ
  • น้ำตาลกลูโคส LIQUID GLUCOSE
  • น้ำตาลเด็กซโตรส DEXTROSE MONOHYDRATE
  • น้ำตาลฟรุกโตส FRUCTOSE
  • แป้งมันสำปะหลัง TAPIOCA STARCH OR CASSAVA STARCH
  • เอทานอล 95-99.5% ANHYDROUS ETHANOL 95-99.5%
จากผลิตภัณฑ์ทั้งหมด บริษัทฯถือเป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ครบวงจร และสมบูรณ์แบบในธุรกิจมันสำปะหลัง ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ

เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้น “พัฒนามาตรฐานควบคู่คุณภาพ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา” บริษัทฯ ได้วางเป้าหมายระยะยาวไว้ว่า จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำตาลจากแป้ง และเอทานอล ที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านการลงทุนขยายกิจการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ (Vertically Integrated Diversification)

การเปลี่ยนแปลง พัฒนาการที่สำคัญ

2545
วันที่ 11 เมษายน บริษัท พี.เอส.ซี. สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด ได้ถูกก่อตั้งด้วย ทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท โดย คุณสุมนต์ เสรีธรณกุล และคุณอารยา กำปั่นแก้ว
2546
เดือนพฤศจิกายน เริ่มดำเนินการผลิตแป้งมันสำปะหลัง และสารให้ความ หวานที่มีกำลังการผลิต 6,000 ตันต่อเดือน พร้อมพัฒนาโครงการผลิตแก๊ส ชีวภาพ BIOGAS ได้ทุนสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
2547
เดือนกันยายน ได้เพิ่มทุนเป็น 200 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของ บริษัทฯ เดือนพฤศจิกายน บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลซื้อแป้งมันสำปะหลัง จากโครงการแทรกแซง ตลาดมันสำปะหลังของรัฐปี 2546/2547 จำนวน 2.99 แสนตัน โดยบริษัทฯ เป็นผู้ชนะการประมูลแป้งมันสำปะหลังจำนวน 2.1 แสนตัน
2548
เดือนมีนาคม บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด
2549
เดือนพฤศจิกายน บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 150,000 ลิตร/วัน
2551
บริษัทฯ เพิ่มทุนเป็น 400 ล้านบาท
2552
เดือนมิถุนายน บริษัทฯ เริ่มผลิตและจำหน่าย เอทานอล
2553
เมื่อวันที่ 11 เมษายน บริษัท พี.เอส.ซี. สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท โดยคุณสุมนต์ เสรีธรณกุลและคุณอารยา กำปั่นแก้ว พร้อมขยายพื้นที่ของบริษัทเป็น 2,200 ไร่ (352 เฮกตาร์)
ปัจจุบัน
เราได้พัฒนาจนก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่ได้รับความไว้วางใจในด้านผลิตภัณฑ์อาหารทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์พลังงานทดแทนจากมันสำปะหลังที่สามารถแข่งขันได้ โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารให้ความหวาน ระดับพรีเมียมและเอทานอลสำหรับเชื้อเพลิงให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

แผนผังองค์กร

คณะกรรมการบริษัท

นายสุมนต์ เสรีธรณกุล

กรรมการผู้จัดการ

นางสาวอารยา กําปั่นแก้ว

รองกรรมการผู้จัดการ

นายสรัญ เสรีธรณกุล

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ

นายสราวุธ เสรีธรณกุล

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ

นายสิรินทร์ เสรีธรณกุล

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ

กระบวนการผลิต

กระบวนการผลิตแป้งหมาด

เป็นการชําระล้างทรายและหินที่ติดมากับมันสําปะหลัง ก่อนที่จะนําเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยใช้รถแทรคเตอร์ขนถ่ายมันสําปะหลังลงบนสายพาน เพื่อเข้าสู่เครื่องร่อนทราย ในระหว่างการขนย้ายบนสายพาน จะมีพนักงานของบริษัทฯ ทําการสับเหง้าของหัวมันสําปะหลัง เนื่องจากเหง้าของหัวมันสําปะหลังเป็นอุปสรรคในการโม่หัวมัน หลังจากนั้นหัวมันสําปะหลังดังกล่าว จะถูกส่งผ่านกระบวนการร่อนเปลือก และล้างทําความสะอาด นอกจากนี้น้ำเสียจากกระบวนการผลิตจะถูกส่งไปยังระบบบําบัดน้ำเสียของบริษัทฯ
หลังจากมันสําปะหลังผ่านกระบวนการทําความสะอาดแล้ว หัวมันสําปะหลังจะถูกนําเข้าสู่เครื่องโม่หัวมัน โดยมันสําปะหลังจะถูกสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมรวมกับน้ำที่ใช้ใน กระบวนการผลิตก่อนที่จะถูกส่งไปยังเครื่องแยกกาก
เครื่องแยกกากจะทําการแยกกากมันสําปะหลังที่ ไม่ได้ใช้ในกระบวนการผลิตออกจากน้ำแป้ง โดยน้ำแป้งที่ได้จากเครื่องโม่หัวมัน จะมาผ่านเครื่องแยกกากหยาบ 2 ครั้ง กากหยาบที่ได้จากกระบวนการผลิตนี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงอัดกาก
น้ำแป้งภายหลังจากผ่านเครื่องแยกกากหยาบ มาแล้วนั้น ยังมีเยื้อของมันสําปะหลังหรือกากอ่อนรวมอยู่ในน้ำแป้ง ซึ่งจะทําให้น้ำแป้งที่ได้มีคุณภาพไม่ดี ดังนั้นน้ำแป้งภายหลังผ่านเครื่องแยกกากหยาบมาแล้ว จะถูกนํามาผ่านเครื่องแยกกากละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
น้ำแป้งที่ผ่านกระบวนการแยกกากละเอียด จะถูกนํามาปรับความเข้มข้น และความบริสุทธิ์ โดยการผ่านเครื่องแยกน้ำ (Separator) 2 ครั้ง ซึ่งจะทําให้น้ำแป้งที่ผ่านกระบวนการนี้ จะมี ความเข้มข้นประมาณ 20 โบเม่
น้ำแป้งที่ได้จะไหลเข้าสู่เครื่องสลัดแป้ง ซึ่งจะทําการแปรสภาพน้ำแป้งเป็นแป้งหมาด โดยแป้งหมาดจะถูกส่งเข้าไปใน 2 กระบวนการผลิตคือ การผลิตแป้งมันสําปะหลังดิบ (Native Tapioca Starch) และ การผลิตสารให้ความหวาน (Starch Sugar)

กระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง

แป้งหมาดจะถูกลําเลียงตามสายพานเข้าสู่เครื่องอบแป้ง เพื่อผ่านลมร้อน ทําให้แป้งหมาดมีความชื้นลดลง จากนั้นก็จะทําให้เย็นลง แล้วส่งผ่านไปตามไซโลไปยังเครื่องร่อนแป้ง ซึ่งปัจจุบันเครื่องอบแป้งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงในการอบแป้ง
แป้งที่ผ่านเครื่องอบแห้งมานั้น จะถูกนํามาผ่านเครื่องร่อนแป้ง เพื่อคัดขนาดเม็ดแป้ง ให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ
แป้งที่ผลิตได้จะถูกนํามาบรรจุใส่ถุงขนาด 25, 50, 500 หรือ 850 กิโลกรัม แล้วแต่ คําสั่งของลูกค้า ซึ่งขนาดบรรจุปัจจุบันส่วนใหญ่ที่บริษัทฯใช้ ได้แก่ ขนาด 850 กิโลกรัมต่อถุง

กระบวนการผลิตน้ำตาลกลูโคสเหลว และ สารละลายเด็กซ์โตรส

แป้งหมาดจะถูกส่งมายังถังพักน้ำแป้งและเติมน้ำ เพื่อเป็นการปรับน้ำแป้งให้ได้ความเข้มข้น 35%
น้ำแป้งที่ได้จะถูกนํามาย่อยในถังย่อยแป้ง โดยการย่อยสามารถทําได้ 2 วิธีคือ การย่อยด้วยกรด และการย่อยด้วยเอมไซม์

โดยจะมีการปรับสภาพกรดและด่าง (PH) ตลอดจนอุณหภูมิในถังย่อยแป้งเพื่อให้มีสภาพเหมาะสมต่อการย่อยด้วยกรด หลังจากการย่อยแป้งด้วยกรดเสร็จสิ้นแล้ว จะได้สารละลายกลูโคส ที่มีค่าความหวาน (Dextrose Equivalence; D.E.) ในช่วงร้อยละ 26-55

การย่อยด้วยเอ็มไซม์ ในส่วนของการย่อยด้วยเอ็มไซม์นั้น จะมีการปรับสภาพกรดและด่าง (PH) ตลอดจนอุณหภูมิในถังย่อยแป้งเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีสภาพเหมาะสมต่อการย่อยด้วยเอ็มไซม์ หลังจากการย่อยแป้งเสร็จสิ้นแล้ว น้ำแป้งจะเปลี่ยนสภาพเป็นสารละลายกลูโคสที่มีค่าความหวาน (Dextrose Equivalence; D.E.) ในช่วงร้อยละ 26-98 โดยการย่อยด้วยเอ็มไซม์ในตอนแรกนั้น จะให้ค่า D.E. ประมาณ 18-19 และหากต้องการค่า D.E. ที่สูงกว่านั้น ก็ต้องพักในถังย่อยแป้งนานกว่านั้น เช่น หากต้องการ D.E. 26 จะต้องพักไว้ในถังย่อยแป้งประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นต้น

เนื่องจากน้ำตาลกลูโคสเหลวและสารละลายเด็กซ์ โตรสที่ได้จากการย่อย ยังขาดความบริสุทธิ์ ดังนั้นน้ำตาลกลูโคสเหลวและสารละลายเด็กซ์โตรสที่ได้จากการย่อยแป้ง จึงต้องนํามาผ่านเครื่องกรองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปรับสีและความบริสุทธิ์ของน้ำตาลกลูโคสเหลว โดยการกรองในส่วนแรกจะเป็นการกรองหยาบ และจึงมาผ่านการกรองละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
น้ำตาลกลูโคสเหลวและสารละลายเด็กซ์โตรสจะถูกนํามาฟอกสี ด้วยเรซินซึ่งมี 2 แบบด้วยกัน คือผ่านเครื่องฟอกสีด้วยเรซินแบบปกติ หรือผ่านเครื่องฟอกสีเรซินแบบ 3 คอลัมน์ (3 Column Resin) ซึ่งการผ่านเครื่องฟอกสีแบบปกติ นั้นน้ำตาลกลูโคสเหลวที่ได้จะมีสีเหลืองอ่อน ในขณะที่เครื่องฟอกสีด้วยเรซินแบบ 3 คอลัมน์ จะทําให้สารละลายที่ได้มีสีขาวใส
นอกจากความหวานและสีของสารละลายแล้ว ความเข้มข้น (Brix) ของน้ำตาลกลูโคส เหลว และสารละลายเด็กซ์โตรสก็เป็นอีกปัจจัยที่มีความสําคัญ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการสารละลายที่ มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ซึ่งสารละลายที่ผ่านการฟอกสีมาแล้วจะถูกนํามาปรับความเข้มข้นให้เหมาะสมกับ ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และการใช้งานโดยนํามาผ่านหม้อเคี่ยว เพื่อปรับความเข้มข้นของสารละลาย โดยการเคี่ยวที่ทางบริษัทฯใช้อยู่ มีด้วยกัน 2 วิธี คือ การเคี่ยวด้วยหม้อเคี่ยว 3 Step และการเคี่ยวแบบ Batch type ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการเคี่ยวแล้วน้ำตาลกลูโคสเหลว และสารละลายเด็กซ์โตรสที่ถูกปรับความเข้มข้น ก็จะถูกนําไปบรรจุในถัง หรือรถขนส่ง เพื่อรอนําส่งให้กับทางลูกค้าต่อไป

กระบวนการผลิตเอทานอล ชนิดเชื้อเพลิง

กระบวนการโม่นั้นเป็น กระบวนการอันดับแรกที่ นำมันสำปะหลัง และ มันเส้นไปโม่เป็นน้ำแป้ง
เป็นกระบวนการที่ทางบริษัทฯเติม Enzymes เพื่อย่อยน้ำแป้งเป็น น้ำตาลเหลว
เมื่อน้ำตาลเหลวได้ถูกส่งมาในกระบวนการนี้ process manager จะทำการเติม Yeast เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลเหลวเพื่อการหมักเป็นแอลกอฮอล์ จนได้เปอร์เซ็นที่กำหนดไว้ จากนั้นแอลกอฮอล์ที่ ได้เปอร์เซ็น ที่กำหนดไว้จะถูกนำมาเก็บไว้ที่ถังพัก ก่อนที่จะถูกนำไปกลั่นเป็นเอทานอลในการบวนการต่อไป
เมื่อกระบวนการได้สามารถหมักแอลกอฮอล์ได้อย่างที่กำหนดไว้ แอลกอฮอล์เหล่านี้จะถูกนำไปกลั่นใน หอกลั่น สาม Column ที่กลั่นแอลกอฮอล์ได้ที่ 95 %
หลังจากที่แอลกอฮอล์ที่ 95 % ได้ถูกส่งเข้ามาในกระบวนการนี้ หอ Dehydration จะทำการแยกน้ำจากแอลกอฮอล์ 95% เป็น แอลกอฮอล์ 99.9%

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการบำบัดน้ำเสีย

เราเชื่อมั่นว่าการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน ความมุ่งมั่นของเราในการดูแลสิ่งแวดล้อมฝังรากลึกอยู่ในทุกแง่มุมของการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย เราภูมิใจที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และมุ่งมั่นทำงานเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการประหยัดพลังงาน การลดของเสีย และโครงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว

เรารักษาสถานะการได้รับใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในแนวทางการผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานที่ยั่งยืน

การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

โรงงานของเรานำเทคโนโลยีและกระบวนการที่ประหยัดพลังงานมาใช้ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับรักษามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระดับสูงสุด

การลดของเสีย

เราปรับกระบวนการผลิตให้เหมาะสมที่สุดเพื่อลดการเกิดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดสายการผลิต

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของกระบวนการผลิตสารให้ความหวาน ได้แก่ น้ำเสียที่ได้จากกระบวนการผลิต และมลภาวะทางกลิ่นของน้ำเสีย ตลอดจนของเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ซึ่งบริษัทฯได้คำนึงถึงปัญหาดัวกล่าว และได้มีมาตรการป้องกันเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยทางบริษัทฯมีมาตรการในการดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมดังต่อไปนี้

น้ำเสีย

น้ำเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตสารให้ความหวานนั้น อาจเกิดขึ้นได้จากหลายขั้นตอนด้วยกัน โดยปริมาณ น้ำเสียเฉลี่ยต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 ลูกบาศก์เมตร บริษัทฯได้รวบรวมน้ำเสียทั้งหมด ด้วยระบบรวบรวมน้ำเสีย ซึ่งใช้ท่อรวบรวมน้ำเสีย แยกออกจากรางระบายน้ำฝน น้ำเสียจะไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลก มารวมที่บ่อพักน้ำเสีย ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯได้นำระบบบำบัดน้ำเสีย 2 ระบบ มาใช้ควบคู่กัน คือ ระบบถังหมักแบบ HssUASAB (High Suspension Solids Upflow Anaerobic Sludge Blanket) ร่วมกับระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อแฟคัลเททีฟ (Facultative Pond) โดยระบบถังหมักแบบ HssUASAB เป็นระบบบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่ของบริษัทฯ โดยสารอินทรีย์ส่วนใหญ่ลดลง และย่อยสลาย เปลี่ยนรูปไปเป็นแก๊สชีวภาพ (Biogas) ซึ่งแก๊สชีวภาพดังกล่าว จะถูกนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทน สำหรับใช้ในโรงงาน โดยแก๊สชีวภาพในระบบรวบรวมแก๊ส จะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหม้อต้มไอน้ำ (Steam Boiler) และใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงาน น้ำเสียที่ผ่านกระบวนการบำบัดด้วยถังหมัก HssUASAB จะถูกส่งเข้าบำบัดอีกครั้ง ด้วยระบบบำบัดแบบบ่อแฟคคัลเททีฟ

สำหรับ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตแก๊สชีวภาพ ในการจัดการน้ำเสียของบริษัทฯ เพื่ออนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิสถาบันแก๊สชีวภาพ (Biogas Advisory Union : BAU) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ส.ว.ท.ช.) และบริษัทฯ โดยมีเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยี แก๊สชีวภาพ ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการอนุรักษณ์พลังงาน ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์โดยชดเชยค่าใช้จ่ายในด้านพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ของประเทศอีกทางหนึ่ง

น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้ว จะระบายลงบ่อเก็บน้ำ (Retention Pond) ซึ่งออกแบบให้สามารถกักเก็บน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว ไว้ใช้รดน้ำต้นไม้ในพื้นที่เพาะปลูก โดยไม่ต้องระบายน้ำออกสู่ภายนอกบริเวณโรงงาน และทางบริษัทจะนำน้ำหลังผ่านการบำบัด ไปใช้ในการรดน้ำต้นยูคาและต้นปาล์มในพื้นที่ 1,120 ไร่ หรือ 180 เฮกตาร์

แผนภาพขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียของทางบริษัทฯในระบบถังหมัก HssUASB และระบบบำบัดแบบบ่อ แฟคัลเททีฟ
กระบวนการจัดการแบบไม่มีการปล่อยของเสียทิ้งออกจากระบบ (Zero-Discharge) ที่เข้มงวดนี้ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีมลพิษจากน้ำเสียเล็ดลอดออกสู่สิ่งแวดล้อมโดยรอบ