กระบวนการผลิตแป้งหมาด
|
| |
|
|
| 1. |
|
เครื่องร่อนทราย (Sieving and Washing) : เป็นการชําระล้างทรายและหินที่ติดมากับมันสําปะหลัง ก่อนที่จะนําเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยใช้รถแทรคเตอร์ขนถ่ายมันสําปะหลังลงบนสายพาน เพื่อเข้าสู่เครื่องร่อนทราย ในระหว่างขนย้ายบนสายพาน จะมีพนักงานของบริษัท ทําการสับเหง้าของหัวมันสําปะหลัง เนื่องจากเหง้าของหัวมันสําปะหลังเป็นอุปสรรคในการโม่หัวมัน หลังจากนั้นหัวมันสําปะหลังดังกล่าว จะถูกส่งผ่านกระบวนการร่อนเปลือก และล้างทําความสะอาด นอกจากนี้น้ำเสียจากกระบวนการผลิตจะถูกส่งไปยังระบบบําบัดน้ำเสียของบริษัท |
| 2. |
|
เครื่องโม่หัวมัน (Rasping) : หลังจากมันสําปะหลังผ่านกระบวนการทําความสะอาดแล้ว หัวมันสําปะหลังจะถูกนําเข้าส่เครื่องโม่หัวมัน โดยมันสําปะหลังจะถูกสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมรวมกับน้ำที่ใช้ใน กระบวนการผลิตก่อนที่จะถูกส่งไปยังเครื่องแยกกาก
|
| |
|
|
| 3. |
|
เครื่องแยกกากหยาบ (Coarse Extractor) : เครื่องแยกกากจะทําการแยกกากมันสําปะหลังที่ ไม่ได้ใช้ในกระบวนการผลิตออกจากน้ำแป้ง โดยน้ำแป้งที่ได้จากเครื่องโม่หัวมัน จะมาผ่านเครื่องแยกกากหยาบ 2 ครั้ง กากหยาบที่ได้จากกระบวนการผลิตนี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงอัดกาก
|
| |
|
|
| 4. |
|
เครื่องแยกกากละเอียด (Fine Extractor) : น้ำแป้งภายหลังจากผ่านเครื่องแยกกากหยาบ มาแล้วนั้น ยังมีเยื่อของมันสําปะหลังหรือกากอ่อนรวมอยู่ในน้ำแป้ง ซึ่งจะทําให้น้ำแป้งที่ได้มีคุณภาพไม่ดี ดังนั้นน้ำแป้งภายหลังผ่านเครื่องแยกกากหยาบมาแล้ว จะถูกนํามาผ่านเครื่องแยกกากละเอียดอีกครั้งหนึ่ง |
| |
|
|
| 5. |
|
น้ำแป้ง 20 โบเม่ : น้ำแป้งที่ผ่านกระบวนการแยกกากละเอียด จะถูกนํามาปรับความเข้มข้น และความบริสุทธิ์ โดยการผ่านเครื่องแยกน้ำ (Separator) 2 ครั้ง ซึ่งจะทําให้น้ำแป้งที่ผ่านกระบวนการนี้ จะมีความเข้มข้นประมาณ 20 โบเม่
|
| |
|
|
| 6. |
|
เครื่องสลัดแป้ง (Centrifugal) : น้ำแป้งที่ได้จะไหลเข้าส่เครื่องสลัดแป้ง ซึ่งจะทําการแปรสภาพน้ำแป้งเป็นแป้งหมาด โดยแป้งหมาดจะถูกส่งเข้าไปใน 2 กระบวนการผลิตคือ การผลิตแป้งมันสํ าปะหลังดิบ (Native Tapioca Starch) และ การผลิตสารให้ความหวาน (Starch Sugar)
|
| |
|
|
|
| |
|
|
กระบวนการผลิตแป้งมันสําปะหลัง
|
| |
|
|
| 1. |
|
เครื่องอบแห้ง (Flash Drying) : แป้งหมาดจะถูกลําเลียงตามสายพานเข้าสู่เครื่องอบแป้ง เพื่อผ่านลมร้อน ทําให้แป้งหมาดมีความชื้นลดลง จากนั้นก็จะทําให้เย็นลง แล้วส่งผ่านไปตามไซโลไปยังเครื่องร่อนแป้ง ซึ่งปัจจุบันเครื่องอบแป้งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงในการอบแป้ง |
| |
|
|
| 2. |
|
เครื่องร่อนแป้ง (Siever) : แป้งที่ผ่านเครื่องอบแห้งมานั้น จะถูกนํามาผ่านเครื่องร่อนแป้ง เพื่อคัดขนาดเม็ดแป้ง ให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ |
| |
|
|
| 3. |
|
เครื่องบรรจุแป้ง : แป้งที่ผลิตได้จะถูกนํามาบรรจุใส่ถุงขนาด 25, 50, 500 หรือ 850 กิโลกรัม แล้วแต่ คําสั่งของลูกค้า ซึ่งขนาดบรรจุปัจจุบันส่วนใหญ่ที่บริษัทใช้ ได้แก่ ขนาด 500 กิโลกรัมต่อถุง |
| |
|
|
|
| |
|
|
กระบวนการผลิตน้ำตาลกลูโคสเหลว (Liquid Glucose) และ สารละลายเด็กซ์โตรส (Dextrose Solution)
|
| |
|
|
| 1. |
|
การเตรียมน้ำแป้ง : แป้งหมาดจะถูกส่งมายังถังพักน้ำแป้งและเติมน้ำ เพื่อเป็นการปรับน้ำแป้งให้ได้ความเข้มข้น 35% |
| |
|
|
| 2. |
|
ถังย่อยแป้ง : น้ำแป้งที่ได้จะถูกนํามาย่อยในถังย่อยแป้ง โดยการย่อยสามารถทําได้ 2 วิธีคือ
การย่อยด้วยกรด
โดยจะมีการปรับสภาพกรดและด่าง (PH) ตลอดจนอุณหภูมิในถังย่อยแป้งเพื่อให้มีสภาพเหมาะสมต่อการย่อยด้วยกรด หลังจากการย่อยแป้งด้วยกรดเสร็จสิ้นแล้ว จะได้สารละลายกลูโคส ที่มีค่าความหวาน (Dextrose Equivalence; D.E.) ในช่วงร้อยละ 26-55
การย่อยด้วยเอ็มไซม์
ในส่วนของการย่อยด้วยเอ็มไซม์นั้น จะมีการปรับสภาพกรดและด่าง (PH) ตลอดจนอุณหภูมิในถังย่อยแป้งเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีสภาพเหมาะสมต่อการย่อยด้วยเอ็มไซม์ หลังจากการย่อยแป้งเสร็จสิ้นแล้ว น้ำแป้งจะเปลี่ยนสภาพเป็นสารละลายกลูโคสที่มีค่าความหวาน (Dextrose Equivalence; D.E.) ในช่วงร้อยละ 26-98 โดยการย่อยด้วยเอ็มไซม์ในตอนแรกนั้น จะให้ค่า D.E. ประมาณ 18-19 และหากต้องการค่า D.E. ที่สูงกว่านั้น ก็ต้องพักในถังย่อยแป้งนานกว่านั้น เช่น หากต้องการ D.E. 26 จะต้องพักไว้ในถังย่อยแป้งประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นต้น
|
| |
|
|
| 3. |
|
เครื่องกรอง (Activated Carbon) : เนื่องจากน้ำตาลกลูโคสเหลวและสารละลายเด็กซ์ โตรสที่ได้จากการย่อย ยังขาดความบริสุทธิ์ ดังนั้นน้ำตาลกลูโคสเหลวและสารละลายเด็กซ์โตรสที่ได้จากการย่อยแป้ง จึงต้องนํามาผ่านเครื่องกรองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปรับสีและความบริสุทธิ์ของน้ำตาลกลูโคสเหลว โดยการกรองในส่วนแรกจะเป็นการกรองหยาบ และจึงมาผ่านการกรองละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
|
| |
|
|
| 4. |
|
เครื่องฟอกสี (Ion Exchanger): น้ำตาลกลูโคสเหลวและสารละลายเด็กซ์โตรสจะถูกนํามาฟอกสี ด้วยเรซินซึ่งมี 2 แบบด้วยกัน คือผ่านเครื่องฟอกสีด้วยเรซินแบบปกติ หรือผ่านเครื่องฟอกสีเรซินแบบ 3 คอลัมน์ (3 Column Resin) ซึ่งการผ่านเครื่องฟอกสีแบบปกติ นั้นน้ำตาลกลูโคสเหลวที่ได้จะมีสีเหลืองอ่อน ในขณะที่เครื่องฟอกสีด้วยเรซินแบบ 3 คอลัมน์ จะทําให้สารละลายที่ได้มีสีขาวใส
|
| |
|
|
| 5. |
|
หม้อเคี่ยว : นอกจากความหวานและสีของสารละลายแล้ว ความเข้มข้น (Brix) ของน้ำตาลกลูโคส เหลว และสารละลายเด็กซ์โตรสก็เป็นอีกปัจจัยที่มีความสําคัญ เพราะลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการสารละลายที่ มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ซึ่งสารละลายที่ผ่านการฟอกสีมาแล้วจะถูกนํามาปรับความเข้มข้นให้เหมาะสมกับ ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และการใช้งานโดยนํามาผ่านหม้อเคี่ยว เพื่อปรับความเข้มข้นของสารละลาย โดยการเคี่ยวที่ทางบริษัทใช้อยู่ มีด้วยกัน 2 วิธี คือ การเคี่ยวด้วยหม้อเคี่ยว 3 Step และการเคี่ยวแบบ Batch type ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการเคี่ยวแล้วน้ำตาลกลูโคสเหลว และสารละลายเด็กซ์โตรสที่ถูกปรับความเข้มข้น ก็จะถูกนําไปบรรจุในถัง หรือรถขนส่ง เพื่อรอนําส่งให้กับทางลูกค้าต่อไป |
| |
|
|
|